Saturday, November 16, 2019


ปราสาทหินพิมาย


ปราสาทหินพิมาย
ที่มา : 
http://suphawit.weebly.com/uploads/2/6/3/5/26359643/916151_orig.jpg
ปราสาทหินพิมาย หรืออุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ ปราสาทหินพิมายนั้น ตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บริเวณอุทยานมีเนื้อที่ 115 ไร่ โดยปราสาทหินพิมายนั้นนับว่าเป็นปราสาทหินที่มีความงดงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพุทธสถานในลัทธิมหายาน ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ซึ่งมีรูปแบบศิลปกรรมและสถาปัตกรรมมาแบบบาปวน และนครวัด โดยชื่อปราสาทอย่างคำว่า “พิมาย” นั้นมาจากคำเดิมในจารึกภาษาสันสกฤต คือ “วิมาย” และ “วิมายปุระ” หมายถึงเมืองพิมาย ความเก่าแก่ที่สืบเนื่องไปตามลายลักษณ์อักษรนี้อยู่ที่จารึกกรอบประตูพุทธสถานที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า ปราสาทหินพิมาย จารึกกล่าวชื่อพระประติมา สร้างตามความเชื่อในวัฒนธรรมขอมองค์หนึ่งว่า “กมรเตงชคตวิมาย” แปลว่า พระวิมายอันเป็นเทพเจ้าแห่งจักรวาล (ธิดา สาระยา) 

และในปัจจุบันเองปราสาทหินพิมายถือว่าเป็นแหล่งโบราณสถานที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จัก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวหากจะเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้มีการเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในบริเวณนั้น


ที่มา : https://www.matichon.co.th/prachachuen/prachachuen-scoop/news_641734


จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เห็นว่าปราสาทหินพิมายนั้นเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ในการย้อนอดีตหรือเพื่อศึกษาศิลปะความเป็นมาของสมัยนั้น เพื่อเป็นการตระหนักถึงสิ่งล้ำค่าของปราสาทหินแห่งนี้ ทำให้ผู้จัดทำเกิดความสนใจและใคร่ที่จะศึกษาข้อมูลและทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยวัตถุประสงค์ของผู้จัดทำนั้นคือ การรวบรวมและศึกษางานเขียนจากเอกสารด้านประวัติศาสตร์ ด้านศิลปะและสถาปัตกรรม ด้านการท่องเที่ยว และสื่อที่เป็นคลิปวิดีโอ เพื่อเป็นความรู้ในการทำสารคดี หรือเพื่อเป็นแหล่งความรู้ในอนาคตต่อไป

ในการจัดทำทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ ผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลและแบ่งประเภทของเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เป็น 2 ประเภท คือ งานศึกษาจากเอกสาร และงานศึกษาจากคลิปวิดีโอ ซึ่งมีข้อมูลดังนี้

 
1) งานศึกษาจากเอกสาร
            โดยงานศึกษาจากเอกสารนั้น ผู้จัดทำได้แบ่งย่อยออกเป็น
3 ประเด็น คือ 1.1) งานเขียนที่กล่าวถึงด้านประวัติศาสตร์ของปราสาทหินพิมายและวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองพิมาย 1.2) งานเขียนที่กล่าวถึงด้านรูปแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมของปราสาทหินพิมาย และ 1.3) งานเขียนที่กล่าวถึงการท่องเที่ยวและการนำชมสถานที่ของปราสาทหินพิมาย ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
           
1.1) งานเขียนที่กล่าวถึงด้านประวัติศาสตร์ของปราสาทหินพิมายและวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองพิมาย
งานในกลุ่มนี้ที่พบมีทั้งหมด
7 งาน ในช่วงปี พ.ศ. 2531 - 2562


ลำดับที่
    
         ชื่อผู้แต่ง
                    
                 ชื่อเรื่อง
             
           ปีที่พิมพ์
 
   ประเภท
     1
 กรมศิลปากร
เมืองพิมาย
             2531
   หนังสือ
     2
 ธิดา สาระยา
เมืองพิมาย
             2535
   หนังสือ
     3
 ธิดา สาระยา
เมืองประวัติศาสตร์
เมืองพิมาย เขาพระวิหาร เมืองอุบล เมืองศรีลัชชนาลัย

             
2538
   หนังสือ
 พิชญา สุ่มจินดา
ราวณะบุกยมโลกที่ปราสาทพิมาย
             2555
  บทความ
    5
สินทรัพย์ ยืนยาว

             2555
  วิทยานิพนธ์
ข้อมูลจากกรมศิลปากร
Gorgeous Siam บันทึกจาก 9 อุทยานประวัติศาสตร์
             2551
  หนังสือ
    7

             2562


 
   การวิจัย



1.2) งานเขียนที่กล่าวถึงด้านรูปแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมของปราสาทหินพิมาย
งานในกลุ่มนี้ที่พบมีทั้งหมด
5 งาน ในช่วงปี พ.ศ. 2540 - 2553


ลำดับที่
       
        ชื่อผู้แต่ง
                   
                   ชื่อเรื่อง
                ปีที่พิมพ์
 
     ประเภท
     1
มณีรัตน์ ภาจันทร์คู
                
           2553
    งานวิจัย
 การค้นคว้า
ผกา เบญจกาญจน์
       
           2540
 
 วิทยานิพนธ์
     3
ลักษณ์ บุญเรือง
   
          
 2547
 วิทยานิพนธ์
วรรณวิภา สุเนต์ตา
          
          
           2553
 
    บทความ
     5
                
           2550
    บทความ


1.3) งานเขียนที่กล่าวถึงการท่องเที่ยวและการนำชมสถานที่ของปราสาทหินพิมาย
งานในกลุ่มนี้ที่พบมีทั้งหมด  
4 งาน ในช่วงปี พ.ศ. 2545 - 2557


ลำดับที่
     
        ชื่อผู้แต่ง
                  
                 ชื่อเรื่อง
                       ปีที่พิมพ์
  
    ประเภท
นคร สำเภาทิพย์
              2545
    หนังสือ
     2
คู่มือท่องเที่ยว-เรียนรู้: ปราสาทหิน พิมาย พนมรุ้ง เมืองต่ำ ตาเมือน
เขาพระวิหาร
                            2550
    หนังสือ
     3
            
             2546
    หนังสือ
     4
สมภพ ชาตวนิช
            
               
             2557
    วิทยานิพนธ์



2) งานศึกษาจากคลิปวิดีโอออนไลน์
งานคลิปวิดีโอที่ผู้จัดทำให้รวบรวมมานั้นมีทั้งหมด
3 เรื่อง ดังนี้



ลำดับที่
                   
                  แหล่งที่มา
          
               ชื่อเรื่อง
           
         ผู้ผลิตสื่อ
    1
“กระจกหกด้าน” ตอน
“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย”

        krajokhokdan
    2

     กรมศิลป์ อยากเล่า
    3
     MVTV Thailand





ที่มา : https://www.isangate.com/new/firstpage/32-art-culture/knowledge/540-pra-sat-hin.html

บทสรุป
           
จากการที่ได้ค้นคว้าเอกสารและทบทวนวรรณกรรมเบื้องต้นถึงงานที่เกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ ปราสาทหินพิมาย นั้นทำให้เห็นว่ามีเอกสารหลายเล่มที่ได้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ทั้งส่วนของศิลปะและสถาปัตยกรรมของปราสาทหินพิมาย การท่องเที่ยวหรือสื่ออย่างคลิปวิดีโอที่เป็นรายการ ซึ่งทั้งหมด
นั้นมี 19 เรื่อง  โดยส่วนใหญ่แล้วด้วยความที่ปราสาทหินพิมายนั้นเป็นที่รู้สึกอย่างกว้างขวางพอสมควร จึงมีการใส่รายละเอียดทางประวัติความเป็นมาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งหนังสือเล่มที่เป็นต้นแบบในการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ คือหนังสือเรื่อง เมืองพิมาย โดยธิดา สาระยา และนอกจากเรื่องประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้ว ปราสาทหินพิมายยังสำคัญในด้านอื่นๆ อย่างเช่น เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เป็นแหล่งโบราณคดีที่ล้ำค่ายิ่งของเมืองไทย และจากการที่ได้สังเกตบทความทางวิชาการนั้น จะมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาแนวทางการปรับปรุงทัศนียภาพของตัวบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ การนำเสนอในเชิงท่องเที่ยว อย่างวิทยานิพนธ์เรื่อง แนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติพิมาย โดยมณีรัตน์ ภาจันทร์คู และมีการศึกษาถึงปราสาทหินพิมายในการอนุรักษ์หรือบูรณะโบราณสถานแบบอนัสซิโตซิส ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกขอไทยและทำให้ปราสาทหินพิมายนั้นดูเป็นแหล่งโบราณคดีที่เป็นต้นแบบในการบูรณะ จากบทความเรื่อง
ว่าด้วยประวัติศาสตร์การบูรณะโบราณสถานแบบอนัสติโลซิสที่ปราสาทหินพิมาย และนอกเหนือจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลหรือสื่ออีกหลายชิ้นที่มีความน่าสนใจทางด้านเนื้อหาสาระความรู้ทางวิชาการ ที่สามารถนำมาทบทวนเอกสารและใช้ในการเขียนสารคดีได้ต่อไป

Saturday, November 17, 2018

พระยม (Yamarāja) : เทพแห่งทิศใต้และนรกภูมิ


ประวัติความเป็นมา 

พระยม (Yama/Yamarāja) หรือที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ "พระยมราช" นั้น ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งนรกหรือความตาย ถือกำเนิดขึ้นจากพระอาทิตย์ โดยศาสนาฮินดูในอินเดียเชื่อว่าเป็นเทวดาประจำทิศใต้ แห่งจตุรทิศในศาสนาพุทธฝ่ายเถรวาทเองก็มีความเชื่ออีกว่าพระยมมีชาติกำเนิดเป็นเทวดา และในศาสนาพุทธฝ่ายมหายานจะรู้จักพระยมในนาม "พญายม" ซึ่งถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง ที่ทำหน้าที่ในการพิพากษาบาปบุญให้กับเหล่าดวงวิญญาณ

ซึ่งหากจะพูดกันตามจริงแล้ว พระยมนี้ยังมีนามที่ใช้เรียกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีตำนานที่กล่าวถึงมากอีกด้วย ในบางแห่งได้กล่าวว่า ตามตำนานคัมภีร์ฤคเวทซึ่งถือเป็นคัมภีร์เก่าแก่ที่สุดในบรรดาวรรณคดีสันสกฤต และมีความสำคัญในศาสนาฮินดูของอินเดีย ได้เล่าความเชื่อว่าพระยมทรงเป็นมนุษย์คนเเรกที่ตาย และมีน้องสาวฝาแฝดชื่อ ยมี อีกคนหนึ่ง เหล่านักปราชญ์มีความเชื่อว่าสองคนนี้คือมนุษย์ชายหญิงคู่เเรกที่ถือกำเนิดขึ้นมาเเละเสียสละความอมตะเพื่อเป็นเทพเเห่งความตาย เนื่องจากพระยมตายเป็นคนเเรก จึงได้รับบทบาทที่สำคัญหลังความตายให้กลายมาเป็นผู้คุมนรก ได้เป็นผู้ปกครองที่จะคอยต้อนรับเหล่าวิญญาณผู้ล่วงลับอยู่ในดินแดนที่ถูกเรียกว่า "นรกภูมิ"


พระยม พิพากษาเหล่าดวงวิญญาณ
ที่มา : 
http://www.biggyan.org/four-letters-by-yamaraja/


ลักษณะเฉพาะ 

หากอ้างอิงตามความเชื่อในศาสนาฮินดูแล้วล่ะก็ พระยม ที่รู้จักกันนั้นมีลักษณะร่างกายกำยำ สูงใหญ่ ทรงกระบือเป็นพาหนะ พระหัตถ์ขวาถือคฑาเป็นอาวุธ มีดาวอังคารเป็นดาวประจำองค์ บ้างกล่าวว่าพระยมเป็นเทพที่น่ากลัวเพราะอยู่ประจำที่นรก แต่บ้างก็อ้างจากมหากาพย์เรื่อง มหาภารตะ ว่าจริง ๆ แล้ว พระยมเองก็เป็นเทพที่มีความยุติธรรม


พระยมทรงกระบือพร้อมบริวาร
ที่มา : https://ru.wikipedia.org/wiki/Яма_(индуизм)


งานศิลปะที่ปรากฏ

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม 
ส่วนยอดปราสาททางทิศใต้ของปราสาทพิมาย จังหวัดนครราชสีมาในประเทศไทย ได้ปรากฏ ภาพพระยมทรงกระบือ ซึ่งเป็นเทพประจำทิศใต้ บนบันแถลงที่ด้านหน้าของช่องวิมานสลักเป็นรูปบุคคลประทับในท่ามหาราชลีลาอยู่บนกระบือ มีหัว 1 หัว แต่มีลำตัวแยกออกซ้าย-ขวา ตั้งอยู่ในตำแหน่งทางทิศใต้เช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการประดับรูปเทพประจำทิศทั้ง 4 ทิศเอาไว้

ส่วนยอดปราสาทประธานด้านทิศใต้ ของปราสาทพิมาย
ที่มา : http://www.archae.su.ac.th/art_in_thailand/?q=node/450


ประติมากรรม


ภาพแกะสลักพระยมทรงโค ระเบียงปีกตะวันออกทิศใต้ปราสาทนครวัด
ที่มา : http://www.thapra.lib.su.ac.th/supatlib/picture2.php?check=country&keyword=5&Page=58


พระยมทรงกระบือ 
ที่มา : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/khonkaen/

พระยมทรงกระบือ เป็นศิลปะรูปแบบเขมรที่ถูกพบในจังหวัดสกลนครของไทย เป็นประติมากรรมหินทรายรูปพระยมทรงกระบือเทพรักษาทิศเบื้องล่าง ทรงประทับนั่งบนหลังเทพพาหนะคือกระบือ สวมศิราภรณ์ทรงมงกุฎ มีกระบังหน้า สวมกุณฑล พาหุรัด และเครื่องประดับอื่นๆ ตัวกระบือ(ควาย) สลักเป็นรูปสัตว์สี่เท้า มีเขา มีหู มีหาง รอบคอตกแต่งด้วยเครื่องประดับโดยรอบ มีลวดลายสลักคล้ายเชือก จากบริเวณจมูกไปถึงด้านหลัง 



                                                  





อ้ า ง อิ ง ที่ ม า : 

พระยม. ค้นหาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/พระยม. สืบค้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561.

พิพิธภัฑสถานแห่งชาติ. พระยมทรงกระบือ. ค้นหาจาก : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/khonkaen/index.php/th/virtual-model-360/93-พระยมทรงกระบือ.html. สืบค้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561.

ฐานข้อมูลโบราณสถานสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ส่วนยอดปราสาทประธานด้านทิศใต้. ค้นหาจาก http://www.archae.su.ac.th/art_in_thailand/?q=node/450. สืบค้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561. 

ว่าด้วยเรื่องเทพแห่งความตาย พระยมกับฮาเดส เหมือนต่างอย่างไร. ค้นหาจาก https://www.dek-d.com/writer/48362/. สืบค้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561. 




Saturday, October 20, 2018

บุโรพุทโธ (Borobudur) : พุทธศาสนสถานแห่งศิลปะชวา


สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกคน 💖กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ได้ข่าวว่ากำลังจะเข้าฤดูหนาวแล้ว เพื่อน ๆ รู้สึกยังไงกันบ้างเอ่ย ใกล้ถึงช่วงเวลาที่รอคอยกันแล้วที่จะได้ออกไปเที่ยวในวันหยุดยาว สำหรับครั้งนี้เราก็จะพาเพื่อน ๆ ทุกคนได้เดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่งที่ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ และเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงเคยได้ยินชื่อกันมาแล้ว แต่ยังไม่ค่อยรู้ที่มาที่ไปกันนัก ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นที่ไหน ตามมาดูกันได้เลย! Let's go!!! 


                                                                         บุโรพุทโธ
ที่มา : https://www.easyviaggio.com/indonesia/borobudur-6560


สถานที่ที่เราจะพาทุกคนมารู้จักในครั้งนี้ คือ บุโรพุทโธ (Borobudur) นั่นเอง บุโรพุทโธแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าไศเลนทร์ ราว พ.ศ. 1293-1393 โดยโบราณสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในสมัยนั้นมีการเข้ามาของศาสนาพุทธและได้รับอิทธิพลจนทำให้เกิดเป็นศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น 


ที่ตั้งของบุโรพุทโธ
ที่มา : https://www.britannica.com/topic/Borobudur/media/74325/138962

บุโรพุทโธตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย บริเวณภาคกลางของเกาะชวา เมืองมาเกอลัง ซึ่งห่างจากยกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร 


บุโพุทโธที่เป็นฐานขนาดใหญ่ 5 ชั้น
ที่มา : https://www.lonelyplanet.com/indonesia/java/borobudur

รูปแบบทางศิลปะของบุโรพุทโธนั้นเป็นศาสนสถานที่มีขนาดใหญ่ ที่ถูกสร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุต แต่ก็มีแผนผังในรูปแบบที่เรียบง่าย เป็นสัดส่วนที่แสดงถึงมณฑลของจักรวาลนั่นเองค่ะ บุโรพุทโธเป็นฐานที่มีความโอฬาร โดยประกอบไปด้วยฐาน 5 ชั้น วงเป็นระเบียง 4 ชั้น และมีเขื่อนกั้นดินวงอยู่ภายนอกอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งระเบียงแต่ละวงมีภาพสลัก โดยความยาวของภาพสลักเหล่านั้นมีทั้งหมดเกือบ 4 กิโลเมตร  


ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=TBpWLFoMqPg

ประติมากรรม บุโพุทโธรูปปั้นพระพุทธรูป 504 องค์ โดมกลางล้อมรอบด้วย 72บนยอดของระเบียงแต่ละชั้น ซึ่งเป็นระพุทธรูปอยู่ในซุ้มแสดงปาง ซึ่งมีความหมายเป็นพระธยานิพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ 4 องค์อยู่ 4 ชั้น คือ พระอักโษภยะปางมารวิชัยทิศตะวันออก พระรัตนสัมภวะปางประทานพรทิศใต้ พระอมิตาภะปางสมาธิทิศตะวันตก และพระอโมฆสิทธะปางประทานอภัยทิศเหนือ ส่วนบนยอดฐานชั้นที่ 5 เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางวิตรรกะ ซึ่งสันนิษฐานกันว่าอาจหมายถึงพระสมันตภัทรดพธิสัตว์ 


ที่มา : https://www.javaheritagetour.com/sunrise-borobudur-temple-tours-package/

มาเยี่ยมชมกันต่อที่บริเวณบนยอดสุด ซึ่งจะมีลานและสถูปหลายองค์เจาะเป็นรูมีพระพุทธรูปอยู่ภายในซึ่งเป็นลักษณะพิเศษและโดดเด่นมาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยพระพุทธรูปเหล่านั้นแสดงปางประทานปฐมเทศนา คือ พระธยานิพุทธเจ้าไวโรจนะ ส่วนเจดีย์องค์กลางเป็นเจดีย์ทึบซึ่งอาจหมายถึงพระอาทิพุทธเจ้าผู้สร้างโลกหรือพระวัชรสัตว์คือเป็นพระโพธิสัตว์ประจำองค์พระอาทิพุทธเจ้า โดยประติมากรรมทั้งหมดนี้สันนิษฐานได้ว่ามีความหมายเกี่ยวกับจักรวาล 


ที่มา : https://www.tourhq.com/article/ho-w-to-visit-borobudur-temple-correctly

ที่มา : https://www.timetravelturtle.com/borobudur-temple-largest-buddhist-indonesia/

บุโรพุทโธนั้นถือได้ว่าเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประเทศอินโดนีเซียที่ปัจจุบันนับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักนั้น ได้เคยมีการได้รับอิทธิพลของศาสนาพุทธ เราทำให้เราได้เห็นหลักฐานหรือร่องรอยการเผยแพร่เข้ามาของศาสนาพุทธ ทำให้บุโรพุทโธนั้นเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเแียงใต้เองและของโลก โดยบุโรพุทโธนั้นเคยรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ.2534 


ที่มา : http://nomadicpixel.com/indonesia/photographing-borobudur-in-central-java/

จบไปแล้วนะคะการการพาเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมชมบุโรพุทโธ รู้สึกยังไงกันบ้างเอ่ย ส่วนตัวเรารู้สึกทึ่งและรู้สึกดีมาก ๆ เลยค่ะ ที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่คนในอดีตสร้างไว้ เพราะด้วยความเชื่ออะไรก็ดูเกิดขึ้นได้ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย หรือสิ่งที่ใหญ่โตสักแค่ไหน อีกทั้งเรายังได้เห็นร่องรอยหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพุทธที่เข้ามาด้วยล่ะค่ะ น่าสนใจขนาดนี้ หากเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจอยากตามรอยล่ะก็ ลองออกไปสัมผัสกับของจริงกันได้นะคะ ถ้าเราลองออกไปสัมผัสและให้ใจกับสิ่งไหนแล้ว สิ่งนั้นจะให้โอกาสและประสบการณ์แก่เราแน่นอนค่ะ 
ไว้เจอกันครั้งหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามมาก ๆ ค่ะ 💖





อ้างอิงที่มา

ปัญญา เทพสิงห์. (2548). ศิลปะเอเชีย. (196-199).

โบโรบูดูร์. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/โบโรบูดูร์. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2561.

ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศสกุล. (2543). ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง อินเดีย, ลังกา, ชวา, จาม, ขอม, พม่า, ลาว. ศิลปวัฒนธรรม. (163).


Sunday, October 7, 2018

ปราสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary) : ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งเวียดนาม



สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักทุกคนอีกครั้งค่ะ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์แห่งการสอบของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย บางคนอาจกำลังรู้สึกเหนื่อย ๆ ขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงในการเรียนบ้างใช่ไหมล่ะคะ อยากออกไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมเอ่ย วันนี้เราจึงอยากมานำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งอยู่ใกล้ๆ ประเทศไทยเรานี่เอง ซึ่งจะเป็นที่ไหนนั้น ตามมาดูกันเลย!


       
         ปราสาทหมีเซิน 
                 ที่มา : https://www.mylittleadventure.com/best-things/



ในครั้งนี้เราจะพาทุกคนเดินทางมาที่ "ปราสาทหมีเซิน" กันค่ะ ปราสาทหมีเซินในปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนาม ทางภาคกลางของประเทศเวียดนาม โดยปราสาทหมเซินนั้นถือว่าเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะจาม ถูกสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 แต่ในปัจจุบันไม่สามารถระบุลักษณะของปราสาทได้ เนื่องจากเหตุผลที่ว่า องค์ปราสาทที่สร้างด้วยอิฐพังทลายลงไป เหลือแต่ส่วนฐานที่สลักขึ้นจากหินเท่านั้น โดยปัจจุบันมีการนำไปจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม 

ที่มา : https://nomadisbeautiful.com/travel-blogs/my-son-sanctuary-vietnam-tips/

ที่มา : https://nomadisbeautiful.com/travel-blogs/my-son-sanctuary-vietnam-tips/

ภาพสลักที่ฐานของปราสาทหมีเซิน มีลวดลายที่น่าสนใจคือ ลาย "ซุ้มกูฑุ" ซึ่งคาดว่าลวดลายดังกล่าวจำลองมาจากซุ้มประตู-หน้าต่างของปราสาทจริงในสมัยนั้น ซุ้มประตูนี้นั้นได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดียอย่างชัดเจน คือ เป็นซุ้มวงโค้งทรงกูฑุเตี้ย ๆ ส่วนปลายกรอบซุ้มเป็นรูปมกรหันหน้าออก แต่สิ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะจาม คือการทำปลายกรอบซุ้มที่มีทั้งม้วนเข้าเป็นรูปนาค และม้วนออกเป็นรูปเลียงผา โผล่ออกมาจากปากมากร 


ที่มา : http://hoianhueprivatecars.com/wp-content/

ความสำคัญของปราสาทหมีเซินนั้นคือ ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2542 อีกทั้งยังถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปราสาทหมีเซินนั้นอยู่ในภาคกลางของเวียดนาม นอกจากจะไปชมปราสาทแห่งนี้แล้ว เรายังสามารถเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งอื่นได้อีกด้วย
เป็นยังไงกันบ้างคะ สถานที่ท่องเที่ยงในครั้งนี้ น่าสนใจกันไหมเอ่ย สำหรับใครที่สนใจหรือว่างเว้นจากการเรียน การทำงาน ต้องการที่จะเดินทางไปศึกษาชมโบราณคดีล่ะก็แนะนำกันเลยล่ะค่ะ สำหรับครั้งนี้ก็จบกันไปแล้วนะคะ ไว้เจอกันในสถานที่ถัดไปค่ะ




อ้างอิงที่มา

บังอร ปิยะพันธุ์. (2537). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (พิมพ์ครั้งที่ 1). (40).

หมีเซิน. ค้นหาจาก https://th.wikipedia.org/wiki/หมีเซิน. สืบค้นวันที่ 
5 ตุลาคม 2561.

รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2558). ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
(พิมพ์ครั้งที่ 1). (301-306).

ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศสกุล. (2543). ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง อินเดีย, ลังกา, ชวา, จาม, ขอม, พม่า, ลาว. ศิลปวัฒนธรรม. (163).



Monday, September 24, 2018

นครวัด (Angkor Wat) : สะท้อนความทรงจำอารยธรรมเขมร


"See Angkor Wat and Die" - Arnold J. Toynbee


สวัสดีเพื่อน ๆ อีกครั้งค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะกับบล็อกแห่งนี้ที่จะพาทุกคนที่สนใจในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปพร้อมกัน สำหรับครั้งนี้เราจะพาไปพบกับสถานที่ที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถือว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองในอดีตเป็นอย่างมาก ที่แห่งนั้นก็คือ "นครวัด" นั่นเอง มาดูกันดีกว่าค่ะว่านครวัดแห่งนี้มีความพิเศษยังไงบ้าง เดินทางมาพร้อมกันเลย!


ภาพนครวัด
https://www.danflyingsolo.com/photo-reasons-to-visit-angkor-wat-temple-cambodia/


นครวัด (Angkor Wat)  หรือ ปราสาทนครวัด ตั้งอยู่ ณ เมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ซึ่งปราสาทแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "เมืองพระนคร" (Angkor) โดยนับว่าเมืองพระนครแห่งนี้เป็นกลุ่มอุทยานโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยปราสาทนครวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ.1650 - พ.ศ.1693) ในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 สร้างขึ้นเพราะความเชื่อของจักรวรรดิขอม โดยได้รับอิทธิพลของศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์ ที่เรียกว่า "ลัทธิเทวราชา" คือการยกย่องกษัตริย์เยี่ยงเทพเจ้า โดยเปรียบปราสาทเป็นดั่งศูนย์กลางโลกหรือจักรวาล 

รูปแบบศิลปะ


https://www.telegraph.co.uk/travel/news/Should-foreign-tourists-pay-more-than-locals/

ปราสาทแห่งนี้เป็นกลุ่มปราสาทที่มีทั้งหมด 5 องค์ เป็นกลุ่มปราสาทประธานที่ตั้งอยู่บนฐานเป็นชั้นก่อด้วยหินทราย ชั้นแรกยกระดับชั้น 2 ชั้น มีการทำโคปุระทั้งสี่ด้าน ฐานแต่ละชั้นมีแนวระเบียงคดล้อมรอบ โดยระเบียงชั้นล่างนี้ ก่อผนังทึบไว้ด้านในซึ่งเป็นส่วนที่มีการสลักภาพเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ โดยรอบทางด้านกำแพงชั้นนอกรอบปราสาท มีความยาวกว่า 800 เมตร 



ปราสาทประธาน
https://www.tripadvisor.com/LocationPhotoDirectLink-g297390-d10524217-i307391882-Remorque_Cambodia_Tour-Siem_Reap_Siem_Reap_Province.html

โดยภายในตัวปราสาทมีงานประติมากรรมแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง รามายณะ รูปแกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สุดคือรูปแกะสลักการกวนเกษียรสมุทร มีรูปแกะสลักนางอัปสรมากกว่า 1,796 เรื่อง ที่ทั้งหมดมีเครื่องแต่งกายและทรงผมที่ไม่ซ้ำกัน

  

ภาพนางอัปสรแห่งนครวัด 
https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_18809


ประติมากรรมรูปเคารพ 8 กร แห่งนครวัด
http://art-in-sea.com/th/data/cambodia-art/
   
                  
ภาพแกะสลักภายในนครวัด 
https://board.postjung.com/744572.html

นครวัดนั้นถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรขอมในอดีตกาล อีกทั้งยังเป็นศาสนสถานที่สำคัญและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนครวัดนั้นเคยได้รับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
โดยแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากได้เดินทางไปยังนครวัดแห่งนี้เพื่อสัมผัสกับความงาม ความยิ่งใหญ่ กับสิ่งที่คนในอดีตได้รังสรรค์ไว้

จบไปแล้วนะคะสำหรับการพาไปรู้จักสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย หากเพื่อน ๆ คนไหนกำลังหาสถานที่ท่องเที่ยงอยู่ล่ะก็ นครวัดเองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยล่ะค่ะ สำหรับครั้งนี้ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่เข้ามาชมมาก ๆ ค่ะ ไว้ติดตามกันนะคะว่าในครั้งต่อไป เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับสถานที่แห่งไหน ติดตามไว้ได้เลย! 






อ้างอิงที่มา

กวิฏ ตั้งจรัสวงศ์. ศิลปะเขมร. ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. http://art-in-sea.com/th/data/cambodia-art.html.


รศ.ดร. เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2558). ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. 218-228.


วีระศักดิ์ รักษาทรัพย์ (เรียบเรียง). นครวัดนครธม กัมพูชาดินแดนแห่งปราสาท, 85-86.


ศ.มจ. สุภัทรดิศ ดิศกุล. (2527). ประวัติเมืองพระนคร (ANGKOR) ของขอม, 60-61.


ศ.มจ. สุภัทรดิศ ดิศกุล. ฐานข้อมูลภาพ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล. หอสมุดสาขาวังท่าพระ. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร.





Saturday, September 8, 2018

จันทิปรัมบานัน (Candi Prambanan) : มหาศาสนสถานแห่งอินโดนีเซีย


สวัสดีทุกคนค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะกับบล็อกของเรา บล็อกที่จะพาทุกคนได้เดินทางออกไปสัมผัสกับความงาม ความยิ่งใหญ่ของรูปแบบศิลปะ และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ของสถานที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักและสัมผัสกับเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียกันค่ะ โดยสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า "จันทิปรัมบานัน" แค่ได้ยินชื่อก็แปลก และน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะคะ อยากรู้ว่าสถานที่แห่งนี้มีที่มาและความสำคัญยังไง ตามมาดูกันเลย!



จันทิปรัมบานัน
ที่มา : https://commons.wikimedia.org/wiki/
Yogyakarta_Indonesia_Prambanan-temple

 จันทิปรัมบานัน (Candi Prambanan) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า จันทิราราจงกรัง (Candi Rara Jonggrang) คำว่า จันทิ นั้นหมายถึงศาสนสถานที่ใช้สำหรับบรรจุอัฐิธาตุ และใช้เรียกศาสนสถานในชวาทุกแห่ง ภายหลังอาจกลายมาเป็น จันฑิ ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งของเจ้าแม่กาลีหรือทุรคา ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความตาย โดยจันทิปรัมบานันแห่งนี้สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าบาลีตุง ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 (ราว พ.ศ.1400 - 1450) ซึ่งเป็นช่วงปลายสุดของศิลปะชวาภาคกลาง 

จันทิปรัมบานัน ถูกสร้างขึ้นหลังบุโรพุทโธเล็กน้อย โดยได้รับรูปแบบอิทธิพลมาจากอินเดีย เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะชวาภาคกลาง มีลักษณะเป็นจันทิขนาดใหญ่ โดยจันทิที่สำคัญมี 3 องค์ ซึ่งเชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อถวายให้กับพระตรีมูรติ ประกอบไปด้วย หลังกลางสร้างขึ้นเพื่อถวายพระอิศวร หลังเหนือถวายพระนารายณ์ และหลังใต้เพื่อถวายพระพรหม โดยจะมีจันทิขนาดเล็กจำนวน 224 องค์ กระจายตัวรอบล้อมจันทิองค์สำคัญ


ที่มา : 

ลักษณะของจันทิองค์ใหญ่เป็นทรงมณฑปที่มีมุขยื่นออกและมีซุ้มประตูทางเข้าทั้งสี่ด้าน โดยแต่ละองค์นั้นมีภาพแกะสลักโดยรอบ อีกทั้งยังมียอดหลังคาที่สูงลดหลั่นเป็นชั้น ๆ โดยแต่ละชั้นวางสถูปจำลองขนาดเล็กหลายองค์เป็นบริวารโดยรอบ สถูปจำลองบนยอดแต่ละองค์มีลักษณะเด่นกว่าที่อื่น ๆ ที่มีร่องเส้นแบ่งเป็นซี่ ๆ คล้าย อมลกะ (Amalaka) 

แต่ถึงแม้ว่าจันทิปรัมบานันแห่งนี้จะเป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดู แต่กลับพบว่ามีสถูปจำลองหลาย ๆ องค์อยู่บนยอดจันทิ ซึ่งเป็นในลักษณะของสถูปในพุทธศาสนา จึงเชื่อว่าได้มีการผสมผสานกันระหว่างศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ซึ่งดั้งเดิมอาจเป็นสถาปัตยกรรมแบบพุทธ แต่ต่อมาถูกปรับเป็นรูปแบบฮินดู



จันทิองค์กลาง
https://www.pinterest.com/pin/212584044883695022

ศาสนสถานแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง ห่างจากเมืองยกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร ประเทศอินโดนีเซีย โดยปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก และถือว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่สำคัญและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้

หากใครที่กำลังสนใจอยากลองเปลี่ยนสถานที่เที่ยวใหม่ ๆ ดูแล้วก็ล่ะก็ ที่นี่เองก็เป็นอีกแห่งนี้ที่น่าสนใจสำหรับสายเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ทีเดียวล่ะค่ะ แต่นอกจากจะเป็นศาสนสถานแล้ว อินโดนีเซียเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย และวัฒนธรรมที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสกัน


  ที่มา : https://www.aajkikhabar.com/258260/this-muslim-country-has-ayodhya-too/

จบไปแล้วสำหรับการแนะนำสถานที่ในครั้งนี้ ได้รู้จักสถานที่ใหม่ ๆ แล้วรู้สึกยังไงกันบ้างเอ่ย ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะ ที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ของเรา มารอดูกันนะว่าในครั้งหน้า เราจะพาทุกคนไปกับสถานที่แห่งไหน แล้วพบกันอีกครั้งค่ะ 😊




อ้างอิงข้อมูล

ปัญญา เทพสิงห์. (2548). ศิลปะเอเชีย. (196-199).

ปรัมบานัน. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/ปรัมบานัน. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2561.

รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี. จันทิปรัมบานัน. สืบค้นจาก http://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/architectureth/. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2561.

ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศสกุล. (2543). ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง อินเดีย, ลังกา, ชวา, จาม, ขอม, พม่า, ลาว. ศิลปวัฒนธรรม. (163).

วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple) : อัญมณีศิลปะล้านช้างแห่งหลวงพระบาง

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเลย หวังว่าทุกคนคงจะสบายดีกันนะคะ ครั้งนี้ก็กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบล็อกที่จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับส...